วิธีการเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อพลาสติก
โดยในช่วงที่เศรษฐกิจแบบนี้ หลายๆ ท่านก็นั้นหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการเกษตรแบบพอเพียง โดยบอกได้เลยว่าเป็นความใฝ่ฝันของพนักงานออฟฟิศฟลายๆ และรวมถึงตัวผมเองด้วยจริงๆ ครับ การใช้ชีวิตแบบที่ดูเหมือนจะสบายแต่จริงๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่หลายคนมองเห็น และเชื่อว่าหลายๆ คนอยากมี “อิสระ” และทำในสิ่งที่ชอบและมีความสุขโดยที่ไม่ต้องฟังคำสั่งใคร
วันนี้จึงมาแนะนำอีกหนึ่งอาชีพการเกษตรแนวใหม่โดยที่สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้ง่ายๆ แต่ว่าหากเน้นทำจริงๆ แบบเต็มตัวแล้วละก็คุณอาจจะรวยเป็นเศรษฐีได้เหมือนกันครับ ผมกำลังพูดถึงการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดใกล้ตัว ที่เรากินกันมาตั้งแต่เด็กๆ อย่าง “กุ้งฝอย” ครับ กุ้งฝอยนั้นเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อยและนิยมบริโภคกันทั่วไป เรียกว่าขายง่ายมากๆ เอาไปขายที่ไหนก็มีคนซื้อ ทำเป็นอาหารได้หลากหลายแบบ แถมมีประโยชน์อีกต่างหาก แต่กุ้งฝอยตามธรรมชาตินั้นไม่ได้มีชุดชุมมากและการจับแต่ละครั้งก็อาจจะได้ในปริมาณน้อยนั้น เราจึงไม่ค่อยเห็นว่ามีกุ้งฝอยมาขายที่ตลาดบ่อยนักเท่าไหร่ และด้วยเหตุนี้จึงมีคนคิดค้นวิธีการเลี้ยงกุ้งฝอยขึ้นมา ซึ่งผมเองมองว่ามันคือโอกาสที่ยอดเยี่ยม หากว่าเราสามารถเลี้ยงได้ในปริมาณที่มาก จะทำให้ขายได้ตลอด และราคาก็ดีด้วยครับ
วันนี้เราจึงจะมานำเสนอ วิธีการเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อพลาสติก เป็นความคิดสร้างสรรค์ของคุณจันทร์ ชัยภา ประธานศูนย์เรียนรู้เครือข่ายการเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ อ.สีคิ้ว ซึ่งท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ นี่จึงเป็นวิธีการเลี้ยงกุ้งฝอยที่น่าสนใจ สามารถนำไปใช้เลี้ยงเพื่อบริโภคในครอบครัวและเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมก็ได้ครับ
ขั้นตอนการเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อพลาสติกนั้น มีวิธีการดังนี้ครับ
ขั้นตอนการเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อพลาสติกนั้น มีวิธีการดังนี้ครับ
เตรียมบ่อสำหรับเลี้ยงกุ้ง
1. ให้ทำการขุดบ่อขนาด กว้าง 2 เมตร ยาว 8 เมตร และลึก 70 เซนติเมตร (จะขุดดินหรือว่าก่อปูนขึ้นมาก้ได้น่ะครับแล้วแต่สะดวก)
2. นำเอาพลาสติกสีดำมาปูก้อนบ่อแล้วนำดินมาเทถมให้ทั่วก้นบ่อบนพลาสติกประมาณ 7-8 เซนติเมตร ตามภาพครับ
3. เติมน้ำลงไปให้เต็มบ่อพอดีครับ จากนั้นให้พักทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน
4. ต่อมาให้นำสาหร่ายผักตบชวาหรือหญ้าขน ที่หาได้ตามธรรมชาติ มาทิ้งไว้ในบ่อเป็นฟ่อนๆ ราว 4-5 ฟ่อน
1. ให้ทำการขุดบ่อขนาด กว้าง 2 เมตร ยาว 8 เมตร และลึก 70 เซนติเมตร (จะขุดดินหรือว่าก่อปูนขึ้นมาก้ได้น่ะครับแล้วแต่สะดวก)
2. นำเอาพลาสติกสีดำมาปูก้อนบ่อแล้วนำดินมาเทถมให้ทั่วก้นบ่อบนพลาสติกประมาณ 7-8 เซนติเมตร ตามภาพครับ
3. เติมน้ำลงไปให้เต็มบ่อพอดีครับ จากนั้นให้พักทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน
4. ต่อมาให้นำสาหร่ายผักตบชวาหรือหญ้าขน ที่หาได้ตามธรรมชาติ มาทิ้งไว้ในบ่อเป็นฟ่อนๆ ราว 4-5 ฟ่อน

ปล่อยกุ้งฝอยลงในบ่อ
1. ให้รวบรวมกุ้งฝอยจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติประมาณ 5 ขีดครับ หากได้ตัวเมียเยอะๆ จะดีมาก สังเกตุได้จากไข่สีเขียวๆ ที่อยู่ใต้ท้องของกุ้ง
2. ปล่อยกุ้งฝอยลงไปในบ่อโดยช่วง 7 วันแรกไม่ต้องให้อาหารเพื่อให้กุ้งนั้นปรับสภาพในบ่อครับ
สูตรวิธีการช่วยดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคในบ่อ และให้กุ้งฝอยโตเร็ว
ใช้ EM 2 ช้อนแกง ,กากน้ำตาล 2 ช้อนแกง,น้ำ 1 ลิตร มาผสมให้เข้ากันและหมักไว้ในที่ร่ม 1 อาทิตย์
โดยอัตราส่วนในการใช้ : อีเอ็ม 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ใส่บัวรดน้ำราดให้ทั่วบ่อ จะใช้หลังจากที่เติมน้ำลงไปก่อนปล่อยกุ้งฝอยจะช่วยดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคในบ่อ
โดยอาหารกุ้งฝอยนั้นคือไข่แดงที่ต้มสุกแล้วเน้นว่าเฉพาะไข่แดงครับ จำนวน 2 ฟอง ผสมกับรำอ่อน 3 ขีด คลุกเคล้าให้เข้ากันครับ จากนั้นให้ทำการปั้นเป็นก้อนๆ เท่ากำปั้นโยนลงไปในบ่อ ประมาณ 3 ก้อน ทุกๆ วัน และหลังจากนั้น 1 เดือนกุ้งฝอยของเราจะเริ่มวางไข่ ให้สังเกดดูในตอนกลางคืนโดยนำไฟฉายมาส่งอดูว่ากุ้งจะวางไข่หรือไม่
ในส่วนของเทคนิคในการเร่งให้กุ้งฝอยวางไข่นั้น สามารถที่ทำได้โดยการนำเอาสายยางน้ำประปามาเปิดลงบ่อ ให้เปิดน้ำแรงๆ ทิ้งไว้ซัก 10-20 นาที กุ้งฝอยนั้นชอบเล่นน้ำไหล และจะดีดตัวทำให้ไข่ตกลงมาครับ ซึ่งตามธรรมชาตินั้นกุ้งจะไม่วางไข่ถ้าน้ำนิ่ง เลี้ยงต่อไปำด้ราวๆ 1-2 เดือน กุ้งจะโตเต็มที่ และสามารถจับขายได้ แต่ถ้านับเวลาเตรียมบ่อตั้งแต่ช่วงแรกนั้นจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือนครับ
โดยจากการเลี้ยงในบ่อตามขนาดที่คุณจันทร์ ชัยภา แนะนำนั้นจะได้กุ้งฝอยทั้งหมดประมาณ 20-30 กิโลกรัม ต่อบ่อ ซึ่งจะขายได้ในราคาประมาณ 100 ถึง 200 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียวและแถวตลาดบ้านผมทำเป็นก้อง ก้องละ 20 บาท ไม่ถึงขีดด้วยซ้ำครับ รับรองว่ากำไรดี
คิดเล่นๆนะครับ หากได้กิโลกรัมละ 200 บาท บ่อหนึ่งได้กุ้ง 30 กิโลกรัม จะเป็นเงิน 6,000 บาท ต่อบ่อเลยทีเดียว ซึ่งถ้าไปดูต้นทุนกับอาหารแล้วถือว่าคุ้มมากครับ และเราสามารถเลี้ยงได้พร้อมกันหลายๆ บ่อเพื่อให้จับกุ้งขายได้ตลอดก็ได้ และยิ่งถ้ามีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้งแล้วนั้น และเข้าใจวิธีการต่างๆ หากเลี้ยงจริงๆ จะมีประสบการณ์ ผมคิดว่าน่าจะสร้างรายได้อย่างงามให้กับคนที่สนใจแน่นอนครับ แค่เอาใส่ตะกร้าไปเร่ขายในหมูบ้านก็หมดแล้วครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก : rakbankerd.com
ภาพจาก : kasetporpeang.com, rakbankerd.com, farmthailand.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น